แมนซิตี้แพ้ 3 นัดรวด! บุกพ่ายฟอเรสต์ 1-3 ตามหลังอาร์เซน่อล 6 แต้ม ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสะดุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญช่วงเวลายากลำบาก หลังบุกแพ้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้แพ้ในลีก 3 นัดติดต่อกัน และตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อล 6 คะแนน ความกดดันเริ่มเพิ่มขึ้นสำหรับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า
แมนซิตี้แพ้ 3 นัดรวด! บุกพ่ายฟอเรสต์ 1-3 ตามหลังอาร์เซน่อล 6 แต้ม ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสะดุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 หลังบุกไปพ่าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ที่สนามซิตี้ กราวด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้ทีมเรือใบสีฟ้าแพ้ในลีกเป็นนัดที่สามติดต่อกัน และตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลเพิ่มเป็น 6 คะแนน
เกมนี้ เลียม ดีแลป อดีตกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นตัวแปรสำคัญ หลังยิงสองประตูให้ฟอเรสต์ ขณะที่ทีมเยือนได้ประตูปลอบใจจาก รายาน แชร์กี แต่ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมกลับมาคว้าคะแนนได้
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยิ่งน่ากังวล เพราะแมนฯ ซิตี้ออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยชัยชนะ 7 นัดรวด ก่อนสะดุดแพ้ติดต่อกัน 3 เกม ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ผลบอลพรีเมียร์ลีก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ครึ่งแรก แมนซิตี้เสียสองประตูใน 18 นาที
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามด้วยความหวังที่จะหยุดสถิติแพ้สองนัดติดต่อกัน แต่กลับเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากตั้งแต่ช่วงต้นเกม
เพียงนาทีที่ 6 ฟอเรสต์ได้ประตูขึ้นนำจาก แจร์ คุนญ่า ที่ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ก่อนพาบอลเข้าไปยิงผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ส่งเจ้าถิ่นออกนำ 1-0
จากนั้นนาทีที่ 18 เลียม ดีแลป อดีตนักเตะของแมนฯ ซิตี้ ได้บอลจาก ซาเวอร์ ชลาเกอร์ ก่อนใช้ความเร็วพาบอลขึ้นหน้าและจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ทำให้ฟอเรสต์หนีเป็น 2-0
ทีมเยือนพยายามกลับเข้าสู่เกม โดย เออร์ลิง ฮาลันด์ มีโอกาสสำคัญช่วงท้ายครึ่งแรก หลังหลบผู้รักษาประตูได้แล้ว แต่ถูกคุนญ่าช่วยสกัดบอลจากเส้นประตู
จบ 45 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ ตามหลัง 0-2 และต้องเผชิญความกดดันอย่างหนัก
ครึ่งหลัง แชร์กีจุดประกายความหวัง ก่อนดีแลปดับฝัน
หลังพักครึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปรับรูปแบบการเล่นและเดินหน้าบุกมากขึ้น ก่อนมาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 52 จาก รายาน แชร์กี ที่ยิงอย่างยอดเยี่ยมช่วยลดช่องว่างเหลือ 1-2
ประตูดังกล่าวทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง ทีมเยือนเริ่มสร้างโอกาสต่อเนื่อง และฮาลันด์เกือบยิงตีเสมอได้ แต่ลูกยิงของเขาหลุดกรอบออกไป
อย่างไรก็ตาม ขณะที่แมนฯ ซิตี้กำลังเปิดเกมรุกเพื่อทวงประตูคืน ฟอเรสต์กลับใช้พื้นที่ด้านหลังแนวรับของทีมเยือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นาทีที่ 73 เลียม ดีแลป หลุดเข้าไปยิงประตูที่สองของตัวเอง ส่งบอลผ่านดอนนารุมม่าเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้เจ้าบ้านหนีเป็น 3-1
ช่วงเวลาที่เหลือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้ จบการแข่งขันด้วยความพ่ายแพ้เป็นนัดที่สามติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก
จากสามเกมดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียไป 6 ประตู ยิงได้เพียง 2 ประตู และไม่มีคะแนนติดมือแม้แต่แต้มเดียว
น่าสนใจว่าก่อนหน้านี้ แมนฯ ซิตี้เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการชนะ 7 นัดรวด ก่อนที่ฟอร์มจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า เปิดบ้านเฉือนฮัลล์ ซิตี้ 1-0 จากประตูชัยของ มาร์ติน โอเดการ์ด ทำให้เก็บเพิ่มเป็น 27 คะแนนจาก 10 นัด
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มี 21 คะแนนจากจำนวนเกมเท่ากัน ทำให้ช่องว่างระหว่างสองทีมเพิ่มเป็น 6 คะแนน
แม้การแข่งขันยังอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล แต่การตามหลังคู่แข่งที่กำลังมีความสม่ำเสมอสูงเช่นอาร์เซน่อล ย่อมเพิ่มแรงกดดันให้แมนฯ ซิตี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิเคราะห์ 3 ปัญหาสำคัญที่ทำให้แมนซิตี้สะดุด
เกมรับผิดพลาดในจังหวะสำคัญ
ประตูแรกที่เสียให้ฟอเรสต์เกิดจากการเสียบอลในพื้นที่อันตราย ขณะที่ประตูที่สามมาจากการถูกสวนกลับในจังหวะที่ทีมเปิดพื้นที่ด้านหลังมากเกินไป สะท้อนถึงปัญหาการรับมือเมื่อเสียการครองบอล
ขาดความเข้มข้นตั้งแต่เริ่มเกม
แมนฯ ซิตี้เสียสองประตูภายใน 18 นาทีแรก ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนจากการควบคุมเกมเป็นการไล่ตามสกอร์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการถูกคู่แข่งโจมตีสวนกลับ
สร้างโอกาสได้ แต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่มากพอ
แม้ฮาลันด์และแนวรุกจะมีโอกาสทำประตู แต่ทีมไม่สามารถใช้ช่วงเวลาที่กำลังได้เปรียบหลังยิงไล่มาเป็น 1-2 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนเสียประตูที่สาม
ทั้งสามประเด็นเป็นสิ่งที่ทีมงานโค้ชต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการรักษาสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับ
เอ็นโซ่ มาเรสก้า ยอมรับปัญหา แต่ยังไม่ตื่นตระหนก
สิ่งสำคัญที่ต้องระบุให้ถูกต้องคือ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมนี้คือ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่ใช่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
หลังจบเกม มาเรสก้ายอมรับว่าทีมเสียประตูมากเกินไป และจำเป็นต้องใช้ช่วงพักเบรกทีมชาติเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
อย่างไรก็ตาม เขายังเน้นว่าทีมต้องรักษาความสมดุลในการประเมินสถานการณ์ เพราะก่อนหน้านี้แมนฯ ซิตี้ชนะมา 7 นัดรวด ก่อนจะแพ้ 3 นัดติดต่อกัน
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าทีมงานยังเชื่อมั่นว่าสามารถกลับมาสู่เส้นทางที่ดีได้ หากแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างตรงจุด
โปรแกรมนัดต่อไป แมนซิตี้พบฟูแล่ม
หลังจบเกมกับฟอเรสต์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ ก่อนกลับมาลงเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
- คู่แข่งขัน: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม
- วันที่: วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569
- เวลา: 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม
เกมนี้จะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทีมเรือใบสีฟ้าในการหยุดสถิติแพ้ติดต่อกันและกลับมาเก็บสามคะแนนอีกครั้ง
บทสรุป: แมนซิตี้ยังไม่หมดลุ้น แต่ต้องรีบคืนฟอร์ม
จากทีมที่เปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 7 นัดรวด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับต้องเจอกับความพ่ายแพ้ 3 นัดติดต่อกันอย่างไม่มีใครคาดคิด
ความพ่ายแพ้ต่อฟอเรสต์ 1-3 ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่คะแนนที่หายไป แต่ยังเผยให้เห็นปัญหาทั้งการเสียบอลในพื้นที่อันตราย การป้องกันเกมสวนกลับ และความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์
ช่องว่าง 6 คะแนนกับอาร์เซน่อลยังไม่มากพอที่จะตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังผ่านการแข่งขันเพียง 10 นัด แต่หากแมนฯ ซิตี้ยังไม่สามารถหยุดการเสียคะแนนได้ สถานการณ์อาจยิ่งยากลำบากขึ้นในช่วงต่อไป
สำหรับมาเรสก้าและลูกทีม ช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการแก้ไขข้อผิดพลาด ก่อนกลับมาสู้เพื่อรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27
แท็ก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แมนยูเปิดโผ 11 ตัวจริงพบวิลล่า! บรูโน่นำทัพ เอ็มเบอโม่ล่าตาข่าย
อาร์เซน่อลทิ้งแมนซิตี้ 6 แต้ม! โอเดการ์ดซัดชัยเฉือนฮัลล์ 1-0 ยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
ลิเวอร์พูล ประกาศ 11 ตัวจริง บุกเยือน คริสตัล พาเลซ ศึกพรีเมียร์ลีก 2026/27