JAS ปิดดีลประวัติศาสตร์ 2,300 ล้าน คว้าลิขสิทธิ์บอลโลกยาวถึงปี 2030 ดูสดครบ 104 แมตช์

JAS ปิดดีลประวัติศาสตร์ 2,300 ล้าน คว้าลิขสิทธิ์บอลโลกยาวถึงปี 2030 ดูสดครบ 104 แมตช์

"BREAKING: คอบอลไทยเฮลั่น! JAS จับมือ MONO ปิดดีลประวัติศาสตร์ 2,300 ล้าน คว้าลิขสิทธิ์บอลโลกยิงยาวถึงปี 2030 ดูสดครบ 104 แมตช์!"

สิ้นสุดมหากาพย์อันยาวนานและไม่ต้องรอลุ้นจนเยี่ยวเหนียวอีกต่อไป! แฟนบอลชาวไทยได้เฮกันสนั่นเมืองเมื่อ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วมมือกับ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Rights) แถมบิ๊กดีลนี้ไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว แต่เป็นการเซ็นสัญญายาวพ่วงฟุตบอลโลกปี 2030 ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Home of FIFA in Thailand"

บอร์ดบริหาร JAS เผยเบื้องลึกระบุว่า ดีลนี้เริ่มเจรจาอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนกระทั่งสามารถปิดดีลและเซ็นสัญญาร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้สำเร็จเมื่อคืนวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนเส้นตายเปิดสนามเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยมี "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และประธานคณะกรรมการการพัฒนาของฟีฟ่า เป็นตัวกลางสำคัญในการต่อสายตรงช่วยผลักดันให้ดีลระดับชาตินี้ลงตัว

📄 เจาะลึกรายละเอียดบิ๊กดีล: 70 ล้านเหรียญ ได้อะไรบ้าง?

มูลค่ารวมของดีลนี้สูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 2,300 ล้านบาท) ซึ่งหากมองในมุมธุรกิจและกำไรของแฟนบอลไทย ถือเป็น "ความคุ้มค่าในระยะยาว" เพราะแพลตฟอร์มในเครือ JAS และ MONO จะได้สิทธิ์ครอบคลุมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของ FIFA ตลอด 4 ปีข้างหน้า (ยาวไปจนถึงปี 2573) ดังนี้:

  • FIFA World Cup 2026: ฟุตบอลโลกชาย (สหรัฐฯ, เม็กซิโก, แคนาดา) ปรับระบบใหม่ ฟาดแข้งรวม 104 แมตช์
  • FIFA Women's World Cup 2027: ฟุตบอลโลกหญิง รอบสุดท้าย
  • FIFA Intercontinental Cup: ฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล
  • FIFA World Cup 2030: ฟุตบอลโลกชาย ครั้งประวัติศาสตร์ฉลองครบรอบ 100 ปี (เจ้าภาพร่วม สเปน, โปรตุเกส, โมร็อกโก และแมตช์พิเศษในอเมริกาใต้)
  • ทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชน: FIFA U-17, U-20 และฟุตซอลชิงแชมป์โลก

📄 กางแผนถ่ายทอดสด: ดูฟรีช่องไหน? แพ็กเกจเสียเงินราคาเท่าไหร่?

สำหรับโมเดลการรับชมในประเทศไทย ครั้งนี้จัดระเบียบมาได้ค่อนข้างชัดเจน แบ่งออกเป็น 2 ช่องทางหลัก เพื่อตอบโจทย์ทั้งสายดูฟรีและคอบอลฮาร์ดคอร์:

1. สายดูฟรี (Free-to-Air)

ถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีดิจิทัล ช่อง MONOMAX SPORTS (และช่องทีวีดิจิทัลในเครือ) โดยจะเลือกคู่บิ๊กแมตช์มาให้คนไทยได้ชมฟรี มากกว่า 40 แมตช์ขึ้นไป (เฉลี่ยมากกว่า 1 นัดต่อวัน)

2. สายสตรีมมิงเต็มรูปแบบ (Paid OTT Platform)

สำหรับแฟนบอลตัวจริงที่ต้องการเก็บรายละเอียดทุกคู่ ไม่พลาดแม้แต่แมตช์เดียว สามารถรับชมผ่านแพลตฟอร์ม Monomax ภายใต้แพ็กเกจ "Monomax Sports Premium" ซึ่งกางสเปกและราคาออกมาดังนี้:

รายละเอียดแพ็กเกจ ข้อมูลความคุ้มค่าบน Monomax
ราคาจำหน่าย 5,999 บาท (ราคาเดียวจบตลอดทัวร์นาเมนต์)
จำนวนแมตช์ ถ่ายทอดสดครบทั้ง 104 แมตช์ (ไม่มีพลาดแม้แต่คู่เดียว)
ฟังก์ชันเสริม ดูย้อนหลังได้ทุกแมตช์ (VOD), ไฮไลต์เด็ด และคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟจาก FIFA
โปรโมชั่น รองรับการผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน (เฉลี่ยตกเดือนละประมาณ 600 บาท)
คุณภาพสัญญาณ รองรับความคมชัดสูงสุดระดับ 4K และดูได้พร้อมกัน 2 จอ

หมายเหตุ: นอกจากฟุตบอลโลกแล้ว แพ็กเกจนี้ยังรวมถึงสิทธิ์ในการรับชมคอนเทนต์กีฬาเดิมในมือของ JAS เช่น พรีเมียร์ลีกอังกฤษ, เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ, ศึกคัดเลือกยูโร 2028 และวอลเลย์บอลเวิลด์ อีกด้วย

📄 ก้าวสำคัญสู่มหามิตรแห่งคอนเทนต์กีฬา:

การขยับตัวของ JAS ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนในการผันตัวเข้าสู่การเป็น Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิภาค หลังจากที่ก่อนหน้านี้กวาดลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษและยูโรมาไว้ในมือ

ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก

การได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกยาวไปจนถึงปี 2030 ทำให้อนาคตคอนเทนต์กีฬาในไทยช่วง 4 ปีต่อจากนี้จะถูกขับเคลื่อนโดยค่ายสีแดง-ขาวอย่างเต็มตัว แน่นอนว่าเรื่องเวลาการแข่งขันของฟุตบอลโลก 2026 ที่ตรงกับช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย อาจเป็นโจทย์ท้าทาย แต่ทางผู้บริหารได้แย้มแผนเตรียมจัดกิจกรรมสร้าง Community เช่น การจัดจอใหญ่ชวนคนดูบอลตามสวนสาธารณะช่วงเช้า ซึ่งน่าจะสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับแฟนบอลบ้านเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!

เกาะติดตารางการแข่งขัน และลิงก์ดูบอลสด: แฟนบอลสามารถอัปเดตบทวิเคราะห์ความพร้อม รายงานผลบอลสดแบบนาทีต่อนาทีของศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้ที่เว็บไซต์ spot24hrs ของเราตลอด 24 ชั่วโมง!