โปรแกรมการแข่งขัน
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2026/27 – League Phase นัดที่ 1
เรอัล มาดริด พบ อินเตอร์ มิลาน
สนามซานติอาโก เบร์นาเบว
แข่งขัน: คืนวันอังคารที่ 8 กันยายน 2026
เวลาไทย: 02:00 น. คืนวันอังคารต่อเช้าวันพุธที่ 9 กันยายน
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2026/27 League Phase นัดแรกมีบิ๊กแมตช์ตั้งแต่คืนเปิดสนาม เมื่อ เรอัล มาดริด เตรียมเปิดซานติอาโก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ อินเตอร์ มิลาน คืนวันอังคารที่ 8 กันยายน 2026 เวลา 02:00 น. ตามเวลาไทย คืนวันอังคารต่อเช้าวันพุธ
เกมนี้ยังมีเรื่องราวพิเศษสำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งกลับมาคุมเรอัล มาดริดเป็นคำรบสอง และต้องเผชิญกับอินเตอร์ สโมสรที่เขาเคยพาคว้าแชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2010 ขณะที่เจ้าตัวยืนยันก่อนเกมว่าเป้าหมายของมาดริดคือชัยชนะและการเก็บคะแนนเพื่อผ่าน League Phase ให้ได้
ความพร้อม เรอัล มาดริด
เจ้าบ้านมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นค่อนข้างหนัก โดยข้อมูลล่าสุดจาก UEFA ระบุว่า ราอูล อเซนซิโอ, เอแดร์ มิลิเตา, ติอาโก้ ปิตาร์ช และโรดรีโก้ อยู่ในกลุ่มที่พลาดเกม ขณะที่ เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า, อาร์ด้า กูแลร์ และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ติดโทษแบน ส่วน ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ยังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องความฟิต
นี่ทำให้มูรินโญ่ต้องปรับโครงสร้างทีมพอสมควร โดยเฉพาะแดนกลาง แต่ข่าวดีคือแกนหลักอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, วินิซิอุส จูเนียร์ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้ พร้อมเป็นตัวเลือกสำคัญ
11 ตัวจริงที่คาด (ตาม UEFA):
กูร์กตัวส์; โกนาเต้, รือดิเกอร์, เฮาเซ่น; ดุมฟรีส์, วัลเวร์เด้, เบลลิงแฮม, บราฮิม ดิอาซ, กูกูเรย่า; วินิซิอุส จูเนียร์, เอ็มบัปเป้
ฟอร์มก่อนเกมของราชันชุดขาวไม่สมบูรณ์แบบนัก หลังเพิ่งแพ้ เรอัล เบติส 0-1 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของมูรินโญ่ในฤดูกาลนี้ ทำให้เกมยุโรปนัดแรกกลายเป็นโอกาสสำคัญในการเรียกโมเมนตัมกลับมา
ความพร้อม อินเตอร์ มิลาน
สถานการณ์ของอินเตอร์ดูดีกว่าเจ้าบ้านในแง่จำนวนผู้เล่น โดยข้อมูล UEFA ล่าสุดยังไม่มีผู้เล่นถูกระบุว่า “Out” สำหรับเกมนี้ มีเพียง เฟเดริโก้ ดิมาร์โก ที่ต้องเช็กอาการบริเวณหัวเข่า
จุดแข็งของงูใหญ่ยังอยู่ที่โครงสร้างสามเซ็นเตอร์และคุณภาพแดนกลาง โดยมี ฮาคาน ชัลฮาโนกลู และนิโคโล่ บาเรลล่าเป็นหัวใจในการควบคุมจังหวะ ขณะที่แดนหน้ามี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เป็นตัวอันตราย
11 ตัวจริงที่คาด (ตาม UEFA):
มาร์ติเนซ; บิสเซ็ค, อคานจี, บาสโตนี่; ดิยุฟ, ชัลฮาโนกลู, บาเรลล่า, ซีลินสกี้, ดิมาร์โก; เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, เอสโปซิโต้
จุดชี้ขาดของเกม
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ แดนกลางของเรอัล มาดริด เนื่องจากการขาดผู้เล่นหลายรายอาจทำให้อินเตอร์พยายามเพิ่มความกดดันบริเวณนี้ หากบาเรลล่าและชัลฮาโนกลูสามารถตัดช่องเชื่อมบอลระหว่างแดนกลางกับเบลลิงแฮมได้ ทีมเยือนมีโอกาสทำให้เกมรุกของเจ้าบ้านติดขัด
ในทางกลับกัน อินเตอร์ต้องรับมือกับความเร็วของคู่ วินิซิอุส–เอ็มบัปเป้ การดันวิงแบ็กสูงเกินไปอาจเปิดพื้นที่ด้านหลัง และหากมาดริดสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้เร็ว พื้นที่ดังกล่าวสามารถกลายเป็นจุดโจมตีสำคัญของเจ้าบ้าน
อีกประเด็นคือเกมนี้อาจเป็นการวัดกันระหว่างระบบสามกองหลังของทั้งสองทีม เพราะ UEFA คาดว่ามูรินโญ่จะจัดมาดริดด้วยแนวรับสามคนเช่นเดียวกับอินเตอร์
นักเตะที่ต้องจับตามอง
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ คืออาวุธสำคัญของมาดริด แม้เพิ่งพลาดจุดโทษช่วงท้ายเกมกับเบติส แต่ความเร็วและความสามารถในการโจมตีพื้นที่หลังแนวรับยังเป็นสิ่งที่อินเตอร์ประมาทไม่ได้
ฝั่งทีมเยือน เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะเป็นตัวหลักในการทดสอบแนวรับมาดริดที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง หากอินเตอร์สามารถพาบอลผ่านแดนกลางและส่งบอลเข้าสู่พื้นที่อันตรายได้ เลาตาโร่มีโอกาสสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่น
สถิติและเรื่องน่าสนใจ
เรอัล มาดริดระบุว่าทั้งสองสโมสรเคยพบกัน 13 ครั้งในฟุตบอลถ้วยยุโรปรายการนี้ ก่อนเกมคืนนี้ โดยการเจอกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2021/22
ขณะเดียวกัน ผู้ตัดสินเกมนี้คือ ไมเคิล โอลิเวอร์ จากอังกฤษ ตามการประกาศของ UEFA
บทสรุปก่อนเกม
มาดริดได้เปรียบจากการเล่นในเบร์นาเบวและมีแนวรุกระดับสูง แต่ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบนทำให้เกมนี้อาจสูสีกว่าที่ชื่อชั้นของเจ้าบ้านบอกไว้
อินเตอร์มีระบบทีมที่สามารถสร้างปัญหาได้ โดยเฉพาะหากชนะการต่อสู้ในแดนกลาง อย่างไรก็ตาม การปล่อยพื้นที่ให้เอ็มบัปเป้และวินิซิอุสโจมตีเป็นสิ่งที่ทีมเยือนต้องหลีกเลี่ยง
นี่จึงมีโอกาสเป็นเกมแท็กติกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการแก้เกมระหว่างมูรินโญ่กับแผงมิดฟิลด์คุณภาพของอินเตอร์