อาร์เซนอลเร่งเครื่องล่า บรูโน กิมาไรส์! อาร์เตต้าผลักดันดีลเอง นิวคาสเซิลยืนกรานไม่ขาย
อาร์เซนอลเร่งเดินหน้าคว้าตัว บรูโน กิมาไรส์ หลัง มิเกล อาร์เตต้า ผลักดันดีลด้วยตัวเอง ขณะที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยังคงยืนกรานไม่ปล่อยกัปตันทีมออกจากถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ก
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของอาร์เซนอล กำลังผลักดันสโมสรอย่างเต็มกำลังในการคว้าตัว บรูโน กิมาไรส์ กองกลางทีมชาติบราซิลของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ โดยเชื่อว่าแข้งวัย 28 ปี คือจิ๊กซอว์สำคัญที่จะยกระดับแดนกลางของทีมสำหรับฤดูกาล 2026/27
รายงานจากหลายสื่อในอังกฤษระบุว่า อาร์เตต้าเป็นผู้ผลักดันดีลนี้ด้วยตัวเอง และได้แจ้งฝ่ายบริหารของ "ปืนใหญ่" ให้เดินหน้าเจรจากับนิวคาสเซิลอย่างจริงจัง หลังติดตามผลงานของกิมาไรส์มาเป็นเวลานาน
กิมาไรส์เปิดใจอยากย้ายซบปืนใหญ่
กระแสข่าวล่าสุดเผยว่า กิมาไรส์ได้แจ้งความต้องการกับต้นสังกัดว่าอยากย้ายไปค้าแข้งกับอาร์เซนอล หลังจบภารกิจฟุตบอลโลก 2026 ขณะที่ตัวแทนของนักเตะได้มีการพูดคุยกับฝั่งอาร์เซนอลเกี่ยวกับเงื่อนไขส่วนตัวแล้ว และมีรายงานว่าสามารถตกลงกันได้ในหลักการ
บรูโน กิมาไรส์ คือเป้าหมายเสริมทัพอันดับต้น ๆ ของ มิเกล อาร์เตต้า ในตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2026
อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลานี้ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการถึงนิวคาสเซิล โดยการหารือยังอยู่ในระดับของตัวแทนและคนกลางเท่านั้น
นิวคาสเซิลยืนกราน "ไม่ขาย"
แม้ว่ากองกลางชาวบราซิลจะแสดงความสนใจย้ายทีม แต่จุดยืนของนิวคาสเซิลยังคงชัดเจนว่า บรูโน กิมาไรส์ไม่ใช่นักเตะที่มีไว้ขาย โดยเฉพาะหลังจากทีมเสียผู้เล่นสำคัญหลายรายในตลาดรอบนี้ ทำให้สโมสรไม่ต้องการเสียกัปตันทีมออกไปอีกคน
มีรายงานว่า อาร์เซนอลเคยถูกปฏิเสธข้อเสนอราว 55 ล้านปอนด์ และกำลังพิจารณาปรับข้อเสนอขึ้นเป็นประมาณ 60 ล้านปอนด์ หรืออาจสูงกว่านั้น เพื่อโน้มน้าวให้ "สาลิกาดง" เปิดโต๊ะเจรจา
อาร์เตต้ามองกิมาไรส์คือคำตอบแดนกลาง
เหตุผลสำคัญที่อาร์เตต้าต้องการกิมาไรส์ คือความสามารถในการเล่นได้อย่างครบเครื่อง ทั้งการตัดเกม การครองบอล การจ่ายบอลขึ้นเกม และการสร้างสรรค์โอกาส ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มแดนกลางร่วมกับ เดแคลน ไรซ์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด ได้อย่างลงตัว
หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกช่วงซัมเมอร์ 2026 และเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของอาร์เซนอลในการสร้างทีมเพื่อลุ้นความสำเร็จทั้งในพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า