แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศคว้าตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา จากเชลซีอย่างเป็นทางการ หลังทุ่มเงิน 125 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีถึงปี 2031
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันการคว้าตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ (Enzo Fernández) จากเชลซีเป็นที่เรียบร้อย หลังการเจรจาเดินหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์
ตามรายงานของ Sky Sports ค่าตัวของกองกลางวัย 25 ปีอยู่ที่ 125 ล้านปอนด์ ทำให้ดีลนี้เทียบเท่าสถิติค่าตัวสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่ลิเวอร์พูลจ่ายให้นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพื่อคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2025
เอ็นโซ่เซ็นยาวกับแมนฯ ซิตี้ถึงปี 2031
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เซ็นสัญญากับสโมสรเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดียมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2031

การย้ายทีมครั้งนี้ยังทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินาได้กลับมาร่วมงานกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อีกครั้ง หลังทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันที่เชลซี
เอ็นโซ่กล่าวหลังเปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ว่า เขามีความสุขอย่างมากที่ได้เข้าร่วมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และพร้อมรับความท้าทายในการช่วยสโมสรเดินหน้าลุ้นความสำเร็จ พร้อมตั้งเป้าพัฒนาฝีเท้าของตัวเองต่อไป
เชลซีทำกำไรจากการขายเอ็นโซ่
สำหรับเชลซี การปล่อยเอ็นโซ่ออกจากทีมครั้งนี้ยังสร้างผลตอบแทนก้อนใหญ่ หลังพวกเขาเคยจ่ายประมาณ 107 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวนักเตะมาจากเบนฟิก้าเมื่อปี 2023
ด้วยค่าตัวการย้ายสู่แมนฯ ซิตี้ที่ 125 ล้านปอนด์ Sky Sports ประเมินว่า เชลซีทำกำไรจากค่าตัวของนักเตะประมาณ 18 ล้านปอนด์
ตลอดช่วงเวลาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอ็นโซ่ลงสนามให้เชลซีรวม 170 นัด ทำได้ 31 ประตู และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รวมถึงฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ

ดีลตัวแทนเอ็นโซ่ของเชลซีล่มช่วงท้ายตลาด
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญเกิดขึ้นกับแผนเสริมทัพของเชลซี หลังสโมสรพยายามคว้าตัว ลามีน กามาร่า จากโมนาโกเข้ามาเสริมแดนกลาง โดยมีรายงานว่าข้อตกลงมูลค่าประมาณ 47 ล้านปอนด์เคยมีความคืบหน้าอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวไม่เกิดขึ้นก่อนตลาดปิด แต่เชลซียังคงเดินหน้าตามข้อตกลงที่มีกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และปล่อยเอ็นโซ่ย้ายทีมตามเดิม
การมาถึงของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งดีลใหญ่ที่สุดของตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2026 และเพิ่มตัวเลือกคุณภาพสูงให้แดนกลางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับการไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2026/27